You are currently viewing หลักการขอกู้ สร้างสเตทเม้นท์สวยในบัญชี

หลักการขอกู้ สร้างสเตทเม้นท์สวยในบัญชี

  • Post author:
  • Post category:Blog

ในยุคที่เศรษฐกิจไม่ค่อยจะสู้ดีนี้นั้น เชื่อว่าหลายคนคงจะต้องการการหารายได้ช่องทางอื่นเข้ามาช่วยเหลือเพิ่มเติมนอกจากรายได้ประจำที่เราได้เป็นประจำทุกเดือน หรือสำหรับพ่อค้าแม่ค้าก็จะมีรายได้ประจำวันเข้ามาทุกวันอยู่แล้วแต่ในบางครั้งรายได้เหล่านั้นอาจไม่เพียงพอต่อรายจ่ายที่จำเป็นจะต้องใช้จ่ายในแต่ละเดือนจึงทำให้เกิดการติดขัดและขัดสนเกิดขึ้น ในกรณีที่สามารถหยิบยืมเงินของผู้อื่นได้ก็ถือว่าโชคดีไป แต่สำหรับคนที่ไม่สามารถหยิบยืมใครได้เลยนั้น ทางแก้อีกทางหนึ่งก็คือการขอกู้ยืม ซึ่งในการกู้ยืมนั้นก็จะมีทั้งการกู้นอกระบบและการกู้ในระบบ โดยเราจะไม่พูดถึงการกู้นอกระบบที่เป็นการกู้แบบผิดกฎหมาย แต่จะพูดถึง หลักการขอกู้  เงินในระบบว่าเราจะทำอย่างไรให้สามารถกู้ยืมเงินได้ประสบความสำเร็จ จะมีคำแนะนำอย่างไรบ้างนั้นตามเรามาดูกันเลย

หลักการขอกู้ โดยการสร้างความเคลื่อนไหวในสเตทเม้นท์

สิ่งที่ธนาคารมักจะนำมาใช้เป็นหลักเกณฑ์หลักในการพิจารณาวงเงินในการขอกู้ของแต่ละคนนั้นนั่นก็ คือยอดเงินเข้าและยอดเงินออกในบัญชีหรือที่เราเรียกกันว่าสเตทเม้นท์นั่นเอง โดยยอดรวมของสเตทเม้นท์รายรับและรายจ่ายในแต่ละเดือนนั้นจะมีผลต่อการพิจารณา ดังนั้นหากเราอยากได้วงเงินกู้ที่ค่อนข้างสูง จำเป็นจะต้องมีการฝากเงินเข้าออกอยู่เป็นประจำ ในกรณีที่คุณไม่ได้มีเงินจำนวนเยอะมากนั้นให้คุณใช้วิธีฝากเข้าและถอนออก ทางที่ดีควรใช้วิธีการฝากไม่ใช่วิธีการโอนจะดีที่สุด และระยะเวลาในการคงค้างเงินบัญชีนั้นควรไม่ต่ำกว่า 24 ชั่วโมง  ยอดเงินที่นำไปฝากเข้าและถอนออกเพื่อสร้างความเคลื่อนไหวในบัญชีนั้นควรจะเป็นยอดที่ไม่ซ้ำกัน การที่เราทำเช่นนี้จะช่วยเพิ่มยอดในสเตทเม้นท์ของเราให้ดูว่ามีรายได้ที่เยอะมากขึ้นได้

หลักในการพิจารณาวงเงินของธนาคาร

จากที่เราบอกไปว่าธนาคารจะพิจารณายอดวงเงินจากรายได้ในสเตทเม้นท์ของคุณแล้วนั้น สำหรับผู้ที่ทำงานประจำยอดวงเงินที่คุณจะได้กู้ยืมนั้นอาจจะได้ไม่มากนักขึ้นอยู่กับรายได้เงินเดือนของคุณในแต่ละเดือนเมื่อหักกับค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันต่างๆแล้ว ยอดเงินสุทธิคงเหลือที่สามารถทำการผ่อนชำระเงินกู้ยืมให้กับธนาคารได้นั้นอยู่ที่เท่าไหร่ธนาคารก็จะคิดคำนวณจากยอดตรงนั้น  ส่วนคนที่ทำอาชีพอิสระหรืออาชีพค้าขาย ธนาคารจำเป็นจะต้องขอหลักฐานประกอบเพิ่มเติมนั่นก็คือหลักฐานการประกอบกิจการว่าคุณได้มีการทำกิจการจริง และหากคุณมีการจดทะเบียนพาณิชย์ก็จะได้รับการพิจารณามากเป็นพิเศษ ส่วนสำหรับพนักงานประจำที่ต้องการจะเพิ่มวงเงินคุณอาจแจ้งว่าคุณทำงานเสริมอื่นๆและได้รายได้เพิ่มได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับระเบียบวิจัยในการสร้างสเตทเม้นท์ของตัวคุณเอง และยิ่งหากมีระเบียบวินัยในการทำบัญชีรายรับรายจ่ายธนาคารจะพิจารณาเป็นพิเศษ